ประเภทอสังหาริมทรัพย์ ที่นักลงทุนอสังหาฯมือใหม่ต้องรู้

สำหรับนักลงทุนมือใหม่อยากเข้ามาสู่วงการอสังก็ต้องมีการเรียนรู้กันให้ดีเสียก่อน เพื่อไม่ให้เงินที่เรานำไปลงทุนนั้นไม่สูญเปล่าไป ซึ่งมันสำคัญมากดังนั้นอย่าได้ละเลยปล่อยปะในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะทุกการลงทุนคือความเสี่ยงทั้งนั้น เราจึงจะมาแนะนำความรู้สำคัญให้กับนักลงทุนมือใหม่ได้รู้กันกับ ประเภทอสังหาริมทรัพย์ มีกี่ประเภท และมีอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันกับ Sophmiu ได้เลย

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ มีอะไรบ้าง มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร?

นักลงทุนมือใหม่คงได้ยินกันมาว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นมีความเสี่ยงต่ำทำกำไรสูง ก็ให้ความสนใจกันที่จะกระโดดเข้ามาร่วมลงทุน แต่รู้ไหมว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไร เราจะพามาหาคำตอบกันในวันนี้ เพราะหากคิดจะเข้ามาลงทุนกันแล้วต้องมีความรู้กันให้ครบถ้วนอีกด้วย โดยอสังหาริมทรัพย์ แบ่งประเภทกันดังต่อไปนี้

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ แบบเก็งกำไร

1. แบบเก็งกำไร

เป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่ยอดฮิตที่สุด เพราะมันสามารถทำกำไรได้เร็ว และเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนมือใหม่อย่างมาก เนื่องจากมันสามารถจับเงินได้เร็วมากกว่า โดยการลงทุนรูปแบบนี้ไม่ได้ยุ่งยากปวดหัว เช่น การหาครอบครองซึ่งใบจองคอนโดแล้วมาปล่อยขายในราคาที่สูงกว่า

มันเป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลกำไรที่น่าพึงพอใจ แต่การลงทุนในรูปแบบนี้ต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาข้อมูลความต้องการลูกค้า โลเคชั่นของพื้นที่บ้าน/คอนโด เพื่อให้เราได้ปล่อยขายได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ในการลงทุนครอบครองใบจองบ้าน/คอนโด ใช้ระยะเวลาสั้นหลังจากโครงการเปิดให้จองวันแรก ก็จะนิยมนำใบจองมาขายกันในราคาที่สูงกว่าที่ตัวเองหามา โดยต้องขายให้ได้ก่อนระยะเวลา 1 เดือน เพื่อไม่ต้องแบกรับภาระการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ตนเองได้จองไว้นั่นเอง โดยเงินที่ใช้ในการลงทุนแบบลงทุนแบบเก็งกำไรนั้นใช้งบประมาณ 50,000 – 100,000 บาท แล้วแต่โครงการ ยิ่งทำเลสวย โลเคชั่นดียิ่งปล่อยง่าย

2. แบบปล่อยเช่ารายเดือน

เป็นหนึ่งในประเภทที่ได้รับความนิยมกว้างขวางมากที่สุด เป็นรูปแบบของการลงทุนที่เป็น Passive income หรือมีรายได้เข้าตลอดโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร โดยภาษาทางธุรกิจเรียกว่า การลงทุนแบบเสือนอนกินนั่นเอง การลงทุนรูปแบบนี้จะเป็นจำพวก หอพัก บ้านพักปล่อยเช่ารายเดือน

ซึ่งปัจจัยสำคัญในการลงทุนรูปแบบนี้จะต้องเลือกโลเคชั่นที่ตั้งให้ดี เพื่อให้มีคนเข้ามาเช่าแบบไม่ขาด และสามารถตั้งราคาได้ดี นอกจากนี้ เราต้องมีการจูงใจผู้เช่าได้ จะทำให้ผลกำไรของเรานั้นมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ผู้ใดที่คิดจะลงทุนรูปแบบนี้จะต้องมีเงินทุนสำรองที่เป็นเงินเย็นสำรองไว้ด้วย

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ แบบปล่อยเช่ารายวัน

3. แบบปล่อยเช่ารายวัน

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รูปแบบแบบปล่อยเช่ารายวันก็คล้าย ๆ กันกับ ปล่อยเช่ารายเดือน แต่ในส่วนนี้จะเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว เดินทาง หรือขนส่งต่าง ๆ โดยรูปแบบนี้จะเป็น รีสอท ที่พัก โรงแรม โฮสเทล หรืออื่น ๆ โดยการลงทุนแบบนี้เราจะมีรายได้เข้าทุกวันที่มีคนเข้าพัก

แต่การลงทุนรูปแบบนี้ต้องมีการบริหารวางแผนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่นในการเลือกตำแหน่งวางสิ่งปลูกสร้าง ต้องมีความน่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าได้ดี ห้องต้องดีให้ผู้เข้าพักพึงพอใจที่จะจ่าย และที่สำคัญคือบริการ นี่จะเป็นจุดขายที่ดีให้กับการลงทุนรูปแบบนี้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องเลือกกลุ่มลูกค้าให้ถูกกลุ่มเป้าหมายด้วยหากคิดจะลงทุนในรูปแบบนี้

4. แบบลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ

สำหรับผู้ที่ไม่ชอบความยุ่งยากปวดหัวการลงทุนแบบนี้ ถือว่า ตอบโจทย์มากที่สุด เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ปล่อยให้เงินของเราทำงานแล้วเราก็นอนรอรับปันผล โดยการลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ นั้นทำได้ง่าย มีเงินหลักพันก็สามารถลงทุนกันได้แล้ว มันให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากแต่สม่ำเสมอ

โดยเงินที่คุณนำไปลงทุนนั้นจะได้รับการบริหารจัดการเงินลงทุนแบบมืออาชีพ จากนักลงทุนที่แท้จริง โดยคุณไม่จำเป็นจะต้องไปคิดเยอะกับเงินที่คุณลงไปเลยนั่นเอง

กองทุนอสังหาฯ คือกองทุนที่จะลงทุนในรูปแบบของ อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ เป็นต้น โดยมีชื่อเรียกกลุ่มกองทุนนี้ว่า Property Fund ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6-10% พร้อมทั้งมีทางเลือกที่เปิดกว้างมากกว่ารูปแบบอื่น ๆ นักลงทุนมือใหม่ไม่ต้องการความเสี่ยง แนะนำให้ลงทุนกับกองทุนอสังหาฯ เลย

5. แบบรีโนเวท เพิ่มมูลค่าบ้าน-คอนโดฯ

เป็นการลงทุนที่เพิ่มผลกำไรที่สูง แต่ใช้เงินลงทุนที่สูงอยู่ในระดับหนึ่งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น บ้าน อาคาร คอนโด ที่เสื่อมสภาพ หรือสภาพดีอยู่แล้วแต่ปรับปรุงให้ดูดี ดูใหม่ มีสไตล์ น่าดึงดูด เป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้า ซึ่งมันทำกำไรได้สูงมาก จนหลายกลุ่มนักลงทุนให้ความสนใจในการลงทุนรีโนเวทกันอย่างมาก

โดยส่วนมากแล้วอสังหาที่ถูกนำมารีโนเวทนั้นจะเป็นทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงิน จากการประมูลกรมบังคับคดี เพราะว่าบ้านหรือคอนโดเหล่านั้น อยู่ในทำเลที่ถือว่า พอใช้อาจซื้อง่ายขายคล่อง โครงสร้างยังแข็งแรง แต่ที่สำคัญก็คือมีราคาถูกกว่าท้องตลาดนั่นเอง

แนะนำกันมาทั้งหมดแล้ว หลาย ๆ คนก็น่าจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะลงทุนในประเภทอสังหาริมทรัพย์ไหน ลองเลือกดูในส่วนที่ตัวเองคิดว่า ถนัดก่อน ศึกษาหาความรู้ให้ดี เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ

ส่วนใครที่อยากจะกูเงินซื้อบ้าน ต้อง วางแผนจัดการเงินกู้บ้านให้อยู่หมัด ด้วย 5 วิธีวางแผนจัดการเงินกู้ให้ไม่มีปัญหา ที่เรานำมาบอกต่อ และปลดหนี้ให้หมดเร็ว ๆ ด้วย 5 วิธีช่วยปลดหนี้ให้ได้ผลแบบรวดเร็ว สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย