5 แนวทาง สู้วิกฤตการเงิน

อย่างที่หลายคนรู้ว่าทั่วโลกนั้นกำลังพบเจอวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนัก ทำให้เศรษฐกิจแต่ละประเทศพังไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะบ้านเราที่พังไม่เป็นท่า ผู้คนตกงานมากมายหลายโรงงานเลิกกิจการ ทำให้คนตกงาน แถมของยังแพงขึ้นอีกทำให้การเงินในครอบครัวของเราไม่แน่นอนมากนัก แต่วันนี้เราอยากจะแนะนำ 5 แนวทาง สู้วิกฤตการเงิน ที่จะทำให้ทุกคนรอดพ้นวิกฤตครั้งไปได้ด้วยดี ส่วนจะมีวิธีอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลย

5 แนวทาง สู้วิกฤตการเงิน

1. ดูแลรักษาสุขภาพ

สุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าใครสุขภาพก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 แต่คนที่มีปัญหาเรื่องการเงินก็จะส่งผลให้เกิดความทุกข์ และยังจะส่งผลต่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ ถ้าใครกำลังเจอปัญหาด้านการเงินอยู่ให้ตั้งสติ เมื่อไหร่ก็ตามที่สมองคิดถึงเรื่องในอดีต ให้พยายามดึงสติกลับมา แล้วมองไปข้างหน้า อะไรที่เกิดขึ้นแล้วให้ช่างมัน และอย่าพยายามดราม่ากับชีวิต ใช้เฟซบุ๊กให้เป็นประโยชน์ เช่น “เพื่อนๆ ตอนนี้อาการหนักใช้ได้ รายได้หายไปหลายส่วน เลยเริ่มเปิดรับทำบัญชี ใครมีงานแจ้งด่วน รับทั่วราชอาณาจักร” หากโพสต์แบบนี้จะได้คุยแต่เรื่องบวก และยังเป็นการหารายได้อีกด้วย

ดูแลรักษาสุขภาพ

2. วางแผนการเงินล่วงหน้า 3-6 เดือน

การวางแผนทางการเงินก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญเป็นยิ่ง เพราะจะทำให้เรามีสติก่อนจะใช้เงิน การวางแผนการเงินล่วงหน้านั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำในช่วงวิกฤตช่วงโควิด-19 ที่รายรับเปลี่ยน แต่รายจ่ายคงเดิม เกิดผลกระทบ คือ เมื่อก่อนกระแสเงินสดเคยเหลืออยู่บ้าง เมื่อเกิดวิกฤตกลายเป็นไม่เหลือเก็บ หรือติดลบ หนักกว่าเป็นศูนย์ ฉะนั้น เงินเป็นเรื่องของตัวเลข ไม่ควรเก็บไว้ในหัว แต่ให้เขียนลงกระดาษ หรือลงโปรแกรมเอ็กเซลล์ แล้วจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจน รู้สภาวะการเงินของตัวเอง ทำให้วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น

วางแผนการเงินล่วงหน้า 3-6 เดือน

3. ลดรายจ่าย ภาระผ่อน

เมื่อเกิดวิกฤตแบบนี้เราจะใช้เงินแบบไม่ได้ เพราะทุกอย่างแพงมากขึ้น แต่รายรับยังเท่าเดิม แต่เมื่อตัวรายรับของเราเกิดติดลบ ให้ห้ามเลือดตัวเองก่อน อันดับแรก ควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนตัว เมื่อมีตัวเลขงบการเงินของตัวเองแล้ว หากอยู่ตัวคนเดียวให้จัดการลดค่าใช้จ่ายได้เลย แต่ถ้ามีครอบครัว ให้สร้างความสมานฉันท์ นัดรวมตัวหลังอาหาร แล้วคุยกันแบบตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้การเงินในครอบครัวไม่สู้ดี อยากให้ทุกคนช่วยกันประหยัด หรือพอจะลดรายจ่ายอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ว่าเห็นลูกหรือแฟนใช้เงินเยอะ แล้วตะโกนด่า เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ดี

4. หาช่องทางเพิ่มรายได้จากทุนชีวิต

เมื่อเศรษฐกิจพังแบบนี้ ทำให้เราประสบปัญหาด้านการเงิน โดยเฉพาะคนที่จะเริ่มลงทุนยิ่งเป็นไปแถบไม่ได้เลย ทางที่ดีคือ ใช้ต้นทุนชีวิตเป็นตัวเริ่มต้นก่อนจะดีเป็นที่สุด

สำหรับเจ้าของกิจการ ในช่วงเวบาแบบให้เราตัดลดต้นทุน จากนั้นดึงเงินสดเข้ามือให้มากที่สุด โดยการเริ่มไล่เก็บหนี้จากลูกค้า ส่วนใครที่ดูแล้วมีแนวโน้มไม่ได้เงิน หรือได้เงินช้า ให้เข้าไปเจรจาโดยเร็วที่สุด หรือจัดการสินค้าในสต๊อก อะไรเอาออกมาขายได้ให้ขาย ทำโปรโมชั่นดึงเงินสดเข้ามือ หาลูกค้าใหม่ ใช้การตลาดออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ส่วนลูกน้องหรือพนักงานในร้าน ให้ปรับบทบาทหน้าที่ทำอย่างอื่น

สำหรับคนทำงานประจำ การที่เรามีทักษะวิชาชีพอยู่แล้ว ให้เรานำทักษะตรังนั้นไปขายโซเชียล ยกตัวอย่าง เช่น เป็นพนักงานบัญชี ให้โปรโมตว่ารับทำบัญชี เป็นวิศวกร ให้โปรโมตว่ารับจ้างออกแบบ มีเพื่อนทำขนมก็ไปรับมาขาย อย่ามัวเขินอาย อย่าดูถูกตัวเอง ถ้ามีใครแซวให้ปล่อยไป เพราะคนทำมาหากินไม่ผิด

หาช่องทางเพิ่มรายได้จากทุนชีวิต

5. รักษาวินัยการใช้จ่าย

แน่นอนว่าวินัยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะใหเการเงินของเรามั่นคง และวินัยยังเป็นสิ่งที่วัดความสำเร็จ คือ วินัยทางการเงิน คนที่ประสบความสำเร็จทางด้านการเงิน มี 3 ข้อ คือ 1. ความรับผิดชอบ ถ้าทำงบการเงินแล้วติดลบ แล้วอยู่เฉยได้ ไม่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ แต่ถ้าเขาร้อนใจ หาที่พึ่ง ใครแนะอะไรไปแล้วลองทำ ถึงน่าช่วยเหลือ 2. ต้องมีความรู้ด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา หรือการพูดคุย เป็นหลักทางการเงินที่ง่ายที่สุด นอกจากนี้ ยังมีความรู้ทางด้านการเงินอื่น ๆ อีก และสุดท้าย 3. ต้องมีวินัยด้านการเงิน ไม่มีใครรู้ว่าออมเงินไว้ เผื่อวันข้างหน้าจะเกิดปัญหา แต่หลายคนก็ไม่ได้ออม ทั้งหมดนี้ เป็นไอเดียที่ฝากไว้

การเงินของคุณจะมั่นคงแน่นอนถ้าหากลองใช้ 5 แนวทาง สู้วิกฤตการเงิน ที่ได้แนะนำกันในวันนี้ แน่นอนว่าวิธีเหล่านี้จะช่วยให้เราใช้เงินอย่างมีแบบแผน และผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ อย่างไรก็ตามสุขภาพนั้นก็สำคัญไม่ต่างจากการเงินเหมือนกัน เราต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ขอให้ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

สถานการณ์โควิด-19 อาจจะทำให้ต้องต่อสู้กับวิกฤตทางการเงินมากขึ้น ซึ่งต้องคอยระมัดระวังการใช้เงินกับเรื่องต่าง ๆ สิ่งไหนก็อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงกระทบต่อการเงินของเราก็ควรที่จะลดไปก่อน อย่างการลงทุนบิทคอยด์ที่คนนิยมเล่นกัน ก็จะมี 3 ความเสี่ยงของการลงทุน บิทคอยน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรระวังและรอบคอบมากที่สุด

นอกจากนี้ก็ควรที่จะปลูกฝังเด็ก ๆ หรือลูก ๆ ไว้ตั้งแต่ยังเล้ก ในเรื่องของการรู้จักเก็บออมเงิน และรู้จักคุณค่าของเงิน ไม่ควรใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟื่อย กับ 4 ส. สอนสร้าง ที่ควรสอนให้ลูกรู้จักการออมเงิน เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองควรสอนและปลูกฝังไว้ เพื่อให้พวกเขามีเงินออมที่จะนำมาใช้ในอนาคตได้