วางแผนจัดการเงินกู้บ้านให้อยู่หมัด ด้วย 5 วิธี

เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่กำลังมีความฝันว่าอยากจะมีบ้านสักหลังนั้น การกู้สินเชื่อบ้าน เป็นหนทางที่จะช่วยให้คุณทำตามความฝันได้ไวมากขึ้น ใครที่ต้องการวางแผนการซื้อบ้าน หรือต้องการที่จะวางแผนการเงินสำหรับเงินกู้นั้น คุณจะต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง เพราะการกู้สินเชื่อมักจะมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่คุณต้องชำระรวมด้วย ซึ่งใครที่อยากจะจัดการการเงินให้ดี ไม่ให้มีปัญหาในอนาคตนั้น วางแผนจัดการเงินกู้บ้านให้อยู่หมัด ด้วย 5 วิธี เป็นวิธีจัดการเงินกู้ ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้ง่ายมากขึ้น

5 วิธีวางแผนจัดการเงินกู้ให้ไม่มีปัญหา

1. รู้ขีดความสามารถของตัวเอง

การกู้บ้าน ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ และเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องตัดสินใจให้ดี การกู้บ้านหรือกู้สินเชื่อนั้น ก่อนที่คุณจะตัดสินใจจะกู้ คุณควรรู้สถานภาพทางการเงินของตัวเอง รู้ขีดจำกัดของความสามารถว่าคุณจะมีรายได้เท่าไหร่ และคุณควรคาดการณ์ว่าคุณจะสามารถชำระหนี้ได้มากขึ้นหรือน้อยลงแค่ไหน ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้คำนวณได้จากกรายได้ในแต่ละเดือน แล้วหักออกด้วยรายการจ่าย เช่น หนี้ ค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงเงินออมแล้วยังคงเหลือเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่ จากค่านี้เรายังสามารถนำไปใช้ประกอบการคำนวณวงเงินที่เราจะขออนุมัติเงินกู้ด้วย ยิ่งกู้มาก ดอกเบี้ยก็ยิ่งมาก เพราะฉะนั้นคุณควรกู้เฉพาะที่คุณจำเป็นเท่านั้น เลือกราคาบ้านที่เหมาะกับสถานภาพทางการเงินของคุณ

วางแผนจัดการเงินกู้ ต้องรู้ขีดความสามารถของตัวเอง

2. ฉลาดเลือกสินเชื่อและดอกเบี้ย

สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญในการตัดสินใจและใช้เวลาในการเลือก คือ สินเชื่อและดอกเบี้ย เนื่องจากแต่ละธนาคารนั้นก็มีดอกเบี้ยและมีสินเชื่อที่ให้บริการที่ไม่เหมือนกัน ทั้งสินเชื่อและดอกเบี้ยก็ยังมีหลายประเภท คุณควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนที่จะเลือก ควรเลือกสินเชื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เช่น สินเชื่อคอนโด มีวงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน ในขณะที่สินเชื่อบ้านจะมีวงเงินกู้สูงสุดที่ 90% ของราคาประเมิน หรือหากกู้เงินสร้างบ้านเอง วงเงินกู้จะแบ่งเป็นส่วนของค่าจ้างปลูกสร้าง และ ส่วนของราคาประเมินที่ดิน ในส่วนของดอกเบี้ยนั้น โดยมากการคิดดอกเบี้ยสำหรับการกู้เงินซื้อบ้านจะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งหมายความว่า ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากเงินต้นที่จะมีจำนวนลดลงจากการผ่อนชำระหนี้ของเราในแต่ละงวด โดยดอกเบี้ยจะแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ อัตราดอกเบี้ยคงที่ และอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว สิ่งที่จะช่วยทำให้คุณนั้นสามารถเลือกสินเชื่อที่ถูกใจได้ คือ การลองเปรียบเทียบสินเชื่อและดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงินก่อนที่จะตัดสินใจเลือก รวมถึงอย่าลืมดูอัตราการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยในอนาคตด้วย

3. มีวินัยการผ่อนอย่างสม่ำเสมอ

วิธีที่จะช่วยให้คุณกู้บ้านผ่านง่าย ๆ คือ การมีเครดิตที่ดี หากคุณมีภาระหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อต่าง ๆ คุณจะต้องมีการผ่อนจ่ายที่สม่ำเสมอ มีเครดิตที่ดีไม่เบี้ยว ไม่หนี รวมถึงเมื่อคุณกู้ผ่านแล้ว คุณก็ต้องมีวินัยในการผ่อนอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน เพื่อป้องกันการผิดนัดชำระ ซึ่งอาจก่อให้เกิดดอกเบี้ยเพิ่มเติมโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจจะใช้บริการตัดบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมที่จะตรวจสอบความถูกต้องของใบแจ้งหนี้ ยอดชำระในแต่ละงวด และยอดเงินค้างชำระทุกครั้ง สำหรับใครที่จะเปลี่ยนที่อยู่ก็อย่าลืมแจ้งไปที่สถาบันการเงินเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เพื่อที่จะไม่พลาดการติดต่อหากมีการส่งเอกสารสำคัญ ยิ่งคุณมีวินัยที่ดีคุณก็จะมีเครดิตที่ดี ทำให้เมื่อกู้ในครั้งต่อไปก็ง่ายมากขึ้น

4. หมั่นโปะทุกเดือน

วิธีที่จะช่วยให้ดอกเบี้ยของคุณลดลง แถมยังช่วยยอดเงินต้นให้หมดเร็ว คือ การโปะทุกเดือน สำหรับใครที่ได้เงินพิเศษ หรือมีเงินที่พร้อมจ่ายค่าผ่อนชำระหนี้ทุกงวดนั้น คุณสามารถจ่ายหนี้ในอัตราที่สูงกว่าขั้นต่ำได้ ยิ่งดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านนั้นเป็นการคิดแบบลดต้นลดดอก ดังนั้น เราจึงควรลดเงินต้นให้มากและเร็วที่สุด เพื่อทำให้ดอกเบี้ยในการผ่อนแต่ละงวดลดลง รวมถึงระยะเวลาการผ่อนที่สั้นลงด้วย โดยเราสามารถจ่ายเงินค่างวดมากกว่าที่กำหนดในทุก ๆ เดือน รวมถึงการแบ่งเงินพิเศษ เช่น เงินโบนัส หรือรายได้พิเศษจากการทำงานเสริมมาโปะหนี้ด้วย แต่ทั้งนี้การโปะจะทำได้เมื่อพ้นเงื่อนไขของการชำระค่างวดเกินกว่ากำหนด ตามที่ระบุไว้ในสัญญาแล้วเท่านั้น ใครที่มีงานเสริม เงินพิเศษที่ได้มาแล้วอย่าพึ่งนำไปใช้ซื้อของ ให้รีบนำมาโปะบ้านของเราก่อน

วางแผนจัดการเงินกู้ ต้องหมั่นโปะทุกเดือน

5. รีไฟแนนซ์เมื่อพบหนทางที่ดีกว่า

หลาย ๆ คนที่เพิ่งเริ่มซื้อบ้าน อาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า การรีไฟแนนซ์ หรืออาจจะยังมีความสงสัยเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์ว่าดีหรือไม่ ซึ่งสำหรับคนที่กู้บ้านนั้น เมื่อถึงเวลาหนึ่ง สิ่งที่จะช่วยคุณจัดการปัญหาหนี้ต่าง ๆ ได้ คือ การรีไฟแนนซ์ หมายถึง การยกเลิกสัญญาสินเชื่อกับสถาบันการเงินปัจจุบัน เพื่อไปทำสัญญาขอกู้กับอีกสถาบันการเงินหนึ่งที่ให้ข้อเสนอที่ดีกว่า เช่น ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ให้ระยะการผ่อนยาวกว่า ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ อย่าลืมพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการรีไฟแนนซ์ด้วย เช่น ค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาเงินกู้ก่อนกำหนด หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่คุณจะต้องเสียเพิ่มขึ้น และเตรียมเงินสำรองให้พร้อม

ใครที่อยากจะมีบ้านหลังแรก หรือวางแผนซื้อบ้านไว้แล้วต้องการที่จะ กู้สินเชื่อ เพื่อซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นนั้น ก่อนที่คุณจะเลือกสินเชื่อ ก็มีหลายสิ่งที่คุณจะต้องคำนึงถึง และตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่ออนาคตของคุณ การวางแผนการเงิน จะช่วยทำให้คุณสามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ในอนาคตได้ วางแผนจัดการเงินกู้บ้านให้อยู่หมัด ด้วย 5 วิธี ที่จะทำให้คุณกู้บ้านและผ่อนชำระได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ใครที่อยากจะลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ก็ต้องทำความรู้จักกับ ประเภทอสังหาริมทรัพย์ ที่นักลงทุนต้องรู้จัก

สำหรับใครที่กำลังจะซื้อบ้านหลังแรกนั้น สิ่งที่คุณจะต้องคำนึงนั้นมีหลายอย่างมาก ๆ ยิ่งใครที่อยากจะกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านนั้น ก่อนที่จะเลือกบ้านที่ต้องการ คุณควรวางแผนและคำนึงว่ามีปัจจัยอะไรบ้างในการกู้บ้านให้ผ่าน 4 ข้อที่คุณควรคำนึงถึงหากต้องการจะซื้อบ้าน ที่คนกู้บ้านจะต้องคิดให้มาก